ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Honda City 2014 รุ่น SV รีวิวอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ก่อน ติดแก๊ส  (อ่าน 879 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
HTG
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 508



« เมื่อ: มกราคม 29, 2014, 06:56:03 PM »

ท่านใดที่ต้องการซื้อรถ New Honda City และติดตั้งแก๊สโดยนำค่าติดตั้งรวมกับไฟแนนซ์สามารถติดต่อให้ หงษ์ทอง ออโต้แก๊สดำเนินการให้ได้นะครับ ตอนนี้ที่ร้านได้รถ New City มาแล้ว และทดสอบการติดตั้งระบบแก๊สเรียบร้อยแล้ว



หลังจากวันเปิดตัวทางร้านก็ได้รับรถทันทีในวันรุ่งขึ้น ก่อนที่จะนำรถไปติดตั้งแก๊สทีมงานได้นำรถออกทดสอบสมรรถนะเพื่อนำมารีวิวให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันก่อนเป็นข้อมูลในเบื้องต้น วันที่ทำการทดสอบเป็นวันที่ทางร้านจัดกิจกรรมเชิญลูกค้าร่วมเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดกาญจนบุรีพอดี เส้นทางการทดสอบในครั้งนี้จึงมุ่งหน้าสู่เมืองสองแควอีกเช่นเคย

สำรวจรถก่อนออกเดินทาง

รุ่นที่ทางร้านสั่งมาเป็นรุ่น SV หรือรุ่นรองท็อป สีน้ำเงิน New City มีสีตัวรถให้เลือก 7 สี แต่สีนำ้เงินจะมีเฉพาะรุ่น SV และ SV+ เท่านั้น เห็นแว๊บแรกต้องบอกว่าสวยทีเดียว

Honda City เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี เป็นรถที่มีดีไซน์ถือว่าสวย เห็นจะมีรุ่น 2003 เท่านั้นล่ะมั้งที่ดูจะขี้เหร่กว่าเพื่อน รุ่นก่อนหน้าตัว 2014 นี้ ก็ยังดูสวยอยู่เลย อีกทั้งสมรรถนะถือว่าดี เรียกว่าทั้งดีไซน์และสมรรถนะคุ้มค่ากับค่าตัว จึงเป็นรถที่ทำยอดขายได้ค่อนข้างดี

ความเปลี่ยนแปลงหลักๆ ภายนอกที่เห็นได้ชัดก็คงเป็นโคมไฟหน้า และกระจังหน้าชิ้นใหญ่คาดเต็มช่องระบายอากาศด้านหน้าของฝากระโปรง และดีไซน์ของโคมไฟท้าย อีกจุดหนึ่งก็คือ การบากตัวถังด้านข้างที่ช่วยสร้างมิติและสไตล์ให้กับ New City ได้ดีทีเดียว เสาอากาศเป็นแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้อที่ให้มาในรุ่น SV หรือรุ่น SV+ จะเป็นขนาดเดียวกันคือ เป็นล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว มาคู่กับยาง 185/55 R16

เปิดประตูดูภายในกันบ้าง



ภายในของ New City จะมี 2 สีคือ สีเบจกับสีดำ ในรุ่น SV และ SV+ จะเป็นสีดำ ซึ่งดูสปอร์ตและเคร่งขรึม ดูเท่ดีนะ วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าเป็นแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูตกแต่งด้วยโครเมียมตัดกับสีดำของห้องโดยสารนอกจากทำให้ดูทันสมัยและหรูหราแล้ว ยังทำให้ห้องโดยสารดูมีอะไรขึ้นไปอีก และไม่มืดทึบเกินไป

คอนโซลหน้าออกแบบได้สวยด้วยรูปทรงที่เล่นระดับและจัดวางองค์ประกอบโดยแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ระหว่างผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าทำให้คอนโซลหน้าดูมีมิติและมีสไตล์ ถ้านั่งอยู่ในตำแหน่งของผู้ขับจะรู้สึกว่าคอนโซลหน้าโอบล้อมอยู่ด้านหน้า พรั่งพร้อมด้วยจอแสดงผลและข้อมูลการขับขี่ต่างๆ แม้แต่องศาของจอแสดงผลตรงกลางก็เอียงเข้าหาผู้ขับขี่เล็กน้อย เพื่อการดูข้อมูลและควบคุมการใช้งานได้อย่างถนัดมือ



ทีแรกคิดว่าการที่จอเอียงเข้าหาผู้ขับแบบนี้ ในตำแหน่งของผู้โดยสารด้านหน้าจะมองจอได้ชัดไหม จากที่ลองถามทีมงานที่นั่งไปด้วยกันบอกว่า ก็สามารถมองได้ไม่ลำบากอะไร สามารถมองได้ปกติ นอกจากรูปทรงแล้วอีกสิ่งที่ทำให้คอนโซลหน้าของ New City น่าสนใจคงเป็นจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมแผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านล่างที่เป็นแบบสัมผัสเช่นกัน เห็นแล้วรู้สึกว่าคอนโซลหน้าดูทันสมัย ไม่รู้ว่าในรุ่นที่ต่ำกว่า เช่น รุ่น S หากไม่มีจอสัมผัส พื้นที่ใหญ่ๆ ตรงนี้จะเป็นยังไงบ้าง จะดูโล่งสักแค่ไหน แต่สำหรับคนที่เล่นเครื่องเสียงน่าจะชอบ เพราะมีพื้นที่ให้วางเครื่องเล่นได้เต็มที่เลย

ระบบเครื่องเสียงถือว่าทันสมัยและมีระบบต่างๆ ให้เล่นอยู่พอสมควร สามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนได้ (บางรุ่น) ผ่านระบบ HondaLink Application รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI เชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายได้ผ่าน Hand Free Telephone รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri บน iPhone 4S ขึ้นไป รองรับ HondaLink Navigation Application กับสมาร์ตโฟนบางรุ่น และมีหน้าจอแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (Fuel Consumption Display)

การควบคุมระบบต่างๆ สามารถควบคุมได้อย่างสะดวกด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ซึ่งมีทั้งสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง (Audio Control Switch) สวิทช์รับและวางสายโทรศัพท์ (Hands Free Telephone Switch) สวิทช์สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri (Siri Eyes Free Mode Switch) ปุ่มควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (7 Speed Paddle Shift) และปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)

ในส่วนของเบาะที่นั่งก็ออกแบบได้ค่อนข้างดีเช่นกัน ตลอดจนวัสดุที่ใช้ก็ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเบาะที่นั่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ในส่วนของดีไซน์ เบาะคู่หน้ามีความโอบกระชับและกับหลังอย่างพอดี ฐานเบาะกว้าง ส่วนของพนักพิงช่วงบนถ้าสังเกตุจะเห็นว่ามีลักษณะเป็นฐานยื่นออกมารับบริเวณไหล่ซึ่งช่วยให้นั่งได้สบายขึ้น ส่วนด้านหลัง มีพื้นที่วางขาไม่มากแต่ก็ไม่น้อย เพราะจะว่าไปแล้ว City ไม่ใช้รถขนาดใหญ่ก็จริง แต่ก็สามารถโดยสารกันประมาณ 4-5 คนได้แบบไม่อึดอัด

ใต้ฝากระโปรงหลังมีพื้นที่ใช้สอยให้พอสมควร แต่หากไม่พอหรือสิ่งของที่จะวางมีลักษณะเป็นแนวยาวสามารถพับพนักพิงของเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ สามารถพับได้แบบ 60 : 40 ที่พับเบาะจะอยู่ด้านหลังพนักพิงสามารถดึงเพื่อพับเบาะได้ทันทีขณะที่กำลังวางของที่ห้องวางสัมภาระใต้ฝากระโปรงหลัง เมื่อพับพนักลงแล้ว พื้นที่ด้านหลังของพนักพิงจะอยู่ในแนวระนาบพอดี สามารถวางของได้อย่างสะดวก

ที่เบาะหลังยังมีประโยชน์ใช้สอยอีกอย่างหนึ่งซ่อนอยู่ด้วยคือ มีจุดยึด Car Seat หรือที่นั่งเด็กให้ใช้ด้วย มีทั้งจุดยึดที่ซ่อนอยู่ในตัวพนักพิง และจุดยึดด้านบนซึ่งอยู่ด้านหลังพนักพิงของเบาะหลัง ถ้าใครจะซื้อ Car Seat มาใช้กับ New City ก็ตรวจสอบลักษณะของจุดยึดสักหน่อยว่าเป็นแบบไหน Car Seat รุ่นที่จะซื้อสามารถเข้ากันได้ไหม จะได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

อีกจุดที่พึงพอใจมาก แม้เป็นจุดเล็กๆ แต่สำคัญมากกับการใช้รถในปัจจุบันนี้ก็คือ พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ซึ่ง New City มีให้ใช้อย่างพอเพียง มีช่องชาร์จไฟให้ใช้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้ามีพอร์ต USB 2 ช่อง และมีพอร์ต HDMI 1 ช่อง (รองรับการแชร์ภาพและเสียง) ด้านหลังมีช่องจ่ายไฟสำรองให้ใช้ 2 ตำแหน่ง สังเกตจากการเดินทางเป็นกลุ่มก๊วนกับทีมงานทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าพอร์ตการเชื่อมต่อเหล่านี้สำคัญจริงๆ ขึ้นรถปุ๊บ สิ่งที่แต่ละคนทำเป็นอันดับแรก ทำก่อนที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยเสียอีกคือ มองหาพอร์ต USB เพื่อชาร์ตโทรศัพท์ รุ่นอื่นๆ ที่ทดสอบ บางรุ่นเวลาไปกันหลายคนต้องแย่งกัน ใครเร็วใครได้ บางรุ่นก็เล่นเอาเซ็งกันไปทุกคน เพราะไม่มีพอร์ต USB ให้ใช้เลย

ได้เวลาล้อหมุน พร้อมสัมผัสสมรรถนะ



เครื่องยนต์ของ New City เป็นเครื่องขนาด 1.5 ลิตร แบบ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ความจุ 1,497 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 มีกำลังงานสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตโนมัติ CVT มีระบบการเปลี่ยนเกียร์แบบ Paddle Shift ให้ใช้ (เกียร์ธรรมดาจะมีอยู่รุ่นเดียวคือรุ่น S/MT)



การทดสอบรอบนี้กับ New City สนุกสนานพอสมควร เพราะได้ขับในหลายๆ สภาวะทั้งรถติด ความเร็วต่ำ ใช้ความเร็ว และขึ้น-ลงเขา ก่อนเริ่มออกเดินทางจัดแจงเติมน้ำมันเต็มถังก่อนโดยเติมกันเต็มจนถึงคอถัง ตอนที่นำรถเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มเลขไมล์ตาม Odometer อยู่ที่ 19 กิโลเมตร ปริมาณน้ำมันในถังอยู่ในระดับต่ำเรียกว่าตกเกจ์แล้ว การเติมแก๊สโซล์ฮอล 95 ก่อนออกเดินทางจึงได้ปริมาณเข้าไปในถังเป็นจำนวน 36 ลิตร เป็นเงิน 1,460 บาท เดี๋ยวตอนจบทริปเรามาดูกันว่าได้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่เท่าไร หลังจากเติมน้ำมันเรียบร้อย และเซ็ต Trip A และ B เป็นศูนย์แล้วก็ออกเดินทางทันที

จากตอนแรกที่ได้สำรวจเรือนกายทั้งภายนอกและภายในของ New City เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งค่อนข้างพึงพอใจและมีทัศนคติในเชิงบวก เมื่อได้สัมผัสการใช้งานหลังพวงมาลัย ความรู้สึกแรกที่แว๊บขึ้นมาบอกว่าน่าจะได้เติมทัศนคติในเชิงบวกให้กับรถรุ่นนี้อีกแน่นอน เพราะออกตัวได้ทันอกทันใจ สัมผัสของฟิลลิ่งต่างๆ ก็ดี

เสียเวลากับรถติดช่วงผ่านเมืองนครปฐมอยู่สักพัก กว่าจะได้สัมผัสเรี่ยวแรงและอากัปกิริยาก็ตอนที่อออกนอกเมืองนครปฐมไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เต็มที่สักเท่าไร เพราะเส้นทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรีรถค่อนข้างมาก ใช้ความเร็วได้ไม่สูง แต่การที่ต้องเร่งและเบรก เร่งแล้วเบรกอยู่เป็นระยะ ก็ทำให้รู้ได้ว่าในจังหวะการขับขี่ที่รถมาแบบนี้ New City ก็ตอบสนองได้ดีทีเดียว

เมื่อมีช่วงที่ถนนโล่งยาวๆ แน่นอนว่าต้องลองอัตราเร่งและความเร็วกันเสียหน่อย การไต่ระดับความเร็วทำได้ไม่ช้าเลย ทดลองทำความเร็วสูงสุดไปได้ถึง 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งกำลังของเครื่องก็ยังไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น เครื่องยนต์สามารถผลิตกำลังงานออกมาตอบสนองกับแรงกดคันเร่งได้อย่างสัมพันธ์กัน เรียกว่าขับสนุก ตอนแรกวางแผนว่าจะทดสอบอัตราสิ้นเปลืองนอกเมืองของ New City ด้วยความเร็วคงที่สักประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอาจมีใช้ความเร็วสูงกว่านั้นบ้างในบางช่วง แต่ด้วยสภาพเส้นทางที่จะต้องไปในวันนั้นแล้ว ต้องเปลี่ยนแผนเป็นการขับใช้งานจริง (ที่สุด) ด้วยการขับขี่ในหลายๆ สภาวะ

กว่าครึ่งทางที่ใช้ความเร็วต่ำบ้างสูงบ้างสลบับกันไป เพราะบนถนนหมายเลข 323 หรือถนนแสงชูโต รถก็ยังคงมากอยู่ จนผ่านตัวเมืองกาญจบุรีไปแล้วและเข้าสู่ถนนหมายเลข 3199 มุ่งหน้าสู่อำเภอศรีสวัสดิ์ แม้จะเป็นถนน 2 เลน แต่ด้วยสภาพผิวจราจรแบบลาดยางที่ค่อนข้างดี และรถไม่มากนัก ทำให้ได้ใช้ความเร็วกันพอสมควร เมื่อเปลี่ยนแผนเป็นการขับใช้งานจริงแล้ว ก็เลยไม่ได้ยึดและรักษาตัวเลขความเร็วไว้ที่ 100-120 กิโลเมตรสักเท่าไร ขับเอาสนุกล่ะตอนนี้

ช่วงประมาณ 10 กว่ากิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงเป้าหมายที่เขื่อนศรีนครินทร์ยังมีโอกาสได้ทดสอบสมรรถนะของ New City กับการขับขึ้น-ลงเขาอีกด้วย เรี่ยวแรงของ New City มีพอที่จะขับขึ้นเขาซึ่งในบางช่วงก็ถือว่าชันพอสมควรได้อย่างสบายๆ แม้ว่าในการเดินทางจะมีผู้โดยสารไปเต็มคันและมีสัมภาระอยู่ด้านหลังเต็มเอียดก็ตาม ตลอดการเดินทางบนทางเรียบกว่าร้อยกิโลเมตร ไม่รู้สึกถึงความกระด้าง แต่เวลาที่ใช้ความเร็วก็ไม่มีอาการย้อยหรือโยนจนน่ากลัว และขณะที่ี่ขับขึ้นลง-เขาเวลาที่ต้องเข้าโค้งก็ไม่มีอาการปัดให้เสียอาการ สมรรถนะของช่วงล่างถือว่าน่าพอใจเช่นกัน

หลังจากพักค้างคืนที่รีสอร์ทแถวเขื่อนศรีนครินทร์ 1 คืน ก็เดินทางกลับในวันรุ่งขึ้นในเส้นทางเดิมและสภาพการจราจรที่ไม่แตกต่างกัน เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอสามพราน เราแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มแถวๆ ร้าน หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส เพื่อคำนวณอัตราสิ้นเปลือง ระยะทางรวมทั้งไปและกลับอยู่ที่ 396 กิโลเมตร เติมแก๊สโซฮอลกลับเข้าไปจนเต็มถึงคอถังเช่นเดิมได้จำนวน 33.4 ลิตร เป็นเงิน 1,354 บาท 

อัตราสิ้นเปลืองของ New City จากการทดสอบแบบขับใช้งานจริงแบบทริปท่องเที่ยวซึ่งมีทั้งรถติด ใช้ความเร็วต่ำ ความเร็วสูง และขึ้น-ลงเขาในครั้งนี้จึงมีตัวเลขอยู่ที่ 11.856 กิโลเมตร/ลิตร หรือ 3.419 บาท/กิโลเมตร

สิ่งที่ยังขาดไปในการทดสอบภาคน้ำมันคือ ข้อมูลอัตราเร่ง ขอยกยอดไปทดสอบและรายงานผลให้ทราบอีกครั้งพร้อมกับตอนที่ทดสอบสมรรถนะในภาคของการใช้แก๊ส โดยครั้งต่อไปจะมีทั้งอัตราสิ้นเปลืองแก๊ส อัตราเร่งแก๊ส และอัตราเร่งน้ำมันมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับข้อมูลอุปกรณ์และราคาของชุดอุปกรณ์สำหรับ New Honda City เข้าไปดูได้ที่ http://www.hongtonggas.co.th/newcity.html และสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของ หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ได้ที่ https://www.facebook.com/htgas
บันทึกการเข้า

ติดแก๊สผ่อนกับบัตรเครดิตทุกธนาคาร 0% นาน 6 เดือน โทร. 083-999-1999 , 080-4444500, 086-3348490, 034-225559
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: