ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ติดแก๊สมาตรฐานเกรด A โดย บริษัทหงษ์ทองออโต้แก๊สจำกัด โทร.0839991999  « ห้องรับรองลูกค้า « รถใหม่เปิดตัว « Mazda CX5 SkyActiv เครื่องยนต์เป็นอย่างไร ติดแก๊สได้ไหม ติดแก๊สระบบอะไร
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Mazda CX5 SkyActiv เครื่องยนต์เป็นอย่างไร ติดแก๊สได้ไหม ติดแก๊สระบบอะไร  (อ่าน 3746 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
HTG
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 518



« เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 11:58:38 AM »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=cfeHFzJLJhE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=cfeHFzJLJhE</a>

ก็มีผู้ที่สนใจโทรเข้ามาสอบถามไม่ขาดสายหลังจากที่ทราบว่าเราได้นำรถรุ่นนี้เข้ามาแล้ว ได้มีการสอบถามกันมาอย่างต่อเนื่องทั้งสมรรถนะของตัวรถเองว่าน่าใช้ไหม รถเป็นอย่างไรบ้าง รวมไปถึงตกลงติดแก๊สได้ไหม ติดระบบอะไร และติดแล้วเป็นอย่างไร

วันนี้แหละครับท่านจะได้ทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน เราพร้อมตอบทุกคำถามแล้ว เพราะตอนนี้เราได้ติดตั้งแก๊สให้กับ Mazda CX5 พร้อมทำการทดสอบระบบต่างๆ อย่างดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่าช้าที อ่านกันต่อยาวๆ เลยครับ เราพยายามจะนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อที่จะตอบข้อสงสัยในใจคุณให้ได้ชัดเจนที่สุด ถ้ายังมีอะไรสงสัยสามารถโทรสอบถามเพิ่มเติมได้เลย เราพร้อมตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ให้ข้อมูลตามจริง

เครื่องยนต์ GDI คืออะไร
SkyActiv หรือเครื่องยนต์ที่ใช้ใน CX5 นั้น เป็นชื่อเรียกทางการค้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเครื่องยนต์ที่ใช้นั้นเป็นเครื่องยนต์แบบ GDI หรือ Gasoline Direct Injection ที่มีระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ คล้ายกับเครื่องยนต์ดีเซลในระบบคอมมอนเรล โดยมีแรงดันน้ำมันส่งไปที่หัวฉีดอยู่ที่ประมาณ 20-170 บาร์

การฉีดเชื้อเพลิงเป็นฝอยละอองด้วยแรงดันที่สูงในระดับ 20-170 บาร์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ในระบบ GDI ประหยัดกว่าเครื่องยนต์ที่มีการฉีดเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นการฉีดหน้าวาล์วถึง 15% ได้แรงบิดและแรงม้าเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ไม่ต่ำกว่า 15% นับว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีประสิทธิภาพและน่าใช้ระบบหนึ่ง อีกทั้งเทคโนโลยีเฉพาะที่ Mazda พัฒนาให้กับเครื่องยนต์ของตัวเองด้วย ทำให้ SkyActiv เป็นเครื่องยนต์ที่น่าสนใจ และทำให้ CX5 เป็นรถที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก

ความเชื่อเก่าๆ ที่เชื่อตามกันมา GDI  ติดแก๊สไม่ได้ ติดแล้วไม่ดี
สาระสำคัญหรือปัญหาหนักใจของคนที่ใช้เครื่องยนต์ระบบ GDI ที่อยากใช้พลังงานทางเลือกหรือติดแก๊สคือ ระบบ GDI นั้นมีหัวฉีดติดตั้งอยู่ในห้องเผาไหม้โดยตรง ซึ่งในพื้นที่ของห้องเผาไหม้นั้นมีอุณหภูมิสูงมาก การที่หัวฉีดสามารถอยู่ในนั้นได้เพราะได้รับการหล่อเย็นจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่วิ่งผ่าน การติดแก๊สแบบเดิมที่ใช้กันอยู่ จะใช้หัวฉีดแก๊สแยกต่างหากจากหัวฉีดน้ำมัน และติดตั้งอยู่ที่ท่อร่วมไอดี ดังนั้นในขณะที่ใช้แก๊ส หัวฉีดน้ำมันจะไม่มีการหล่อเย็นเกิดขึ้น ทำให้หัวฉีดไหม้และเสียหายได้ อีกทั้งการเผาไหม้ด้วยแก๊สยังมีอุณหภูมิที่สูงกว่าน้ำมันด้วย

การแก้ปัญหาของการติดตั้งแก๊สแบบทั่วๆ ไปคือ การสั่งให้มีการจ่ายน้ำมันประมาณ 20% เข้าไปเลี้ยงหัวฉีด ในขณะที่เลือกใช้เชื้อเพลิงหลักเป็นแก๊ส นั่นหมายความว่า คุณยังคงต้องใช้น้ำมันอยู่ ไม่สามารถใช้แก๊สได้ 100% นอกจากไม่ได้รับความประหยัดอย่างเต็มที่อย่างที่ต้องการแล้ว การที่มีเชื้อเพลิงฉีดร่วมกับแก๊ส การเผาไหม้ย่อมไม่สมบูรณ์อย่างแน่นอน ส่งผลให้มีปัญหาตามมาอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สมรรถนการขับขี่ที่ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และการสึกหรอของเครื่องยนต์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับ CX5 ยังมีปัญหาหนึ่งที่หลายคนคงสงสัย เพราะระบบของเครื่องยนต์ต่างจากเครื่องยนต์ GDI ทั่วไปคือ มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 13.0 : 1 อีกทั้งยังมีระบบ i-Stop หรือการหยุดการทำงานของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเมื่อหยุดรถ และเครื่องยนต์จะทำงานต่อเนื่องให้ทันทีหลังจากที่เราเหยียบคันเร่ง หลายคนคงสงสัยว่าโดยปกติเครื่องยนต์ GDI ทั่วๆ ไปก็มีปัญหาเป็นข้อกังขากันอยู่แล้วว่าติดแก๊สไม่ได้ บ้างก็บอกว่าติดแล้วไม่ดี แล้วกับเครื่องยนต์ GDI ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ต่างออกไปอีกแบบนี้ จะมีปัญหาอะไรไหม หลังจากติดตั้งแก๊สแล้วระบบการทำงานของเครื่องยนต์จะรวนหรือเปล่า

อย่างที่บอกไปตอนนี้เราได้ติดตั้งระบบแก๊สให้กับ CX5 แล้ว พร้อมทั้งได้ทำการทดสอบมาอย่างดีแล้ว จึงนำมาเผยแพร่และนำเสนอให้กับท่านได้ทราบ โดยแก๊สที่ติดตั้งให้กับ CX เป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก ซึ่ง CX5 นับเป็นเครื่องยนต์ GDI 2.0 ลิตร คันที่สองของโลกที่ติดตั้งระบบนี้ โดยเครื่องยนต์ GDI 2.0 ลิตรที่ติดตั้งแก๊สระบบใหม่เป็นคันแรกของโลกก็คือ Ford Focus 2.0 GDI ซึ่งติดตั้งที่ หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส นี่เอง

แก๊สระบบใหม่ที่คุณกำลังจะได้รู้จักเป็นเทคโนโลยีของต่างประเทศที่มีมาตรฐานสูงมาก อุปกรณ์ทุกชั้นไม่เพียงมีมาตรฐานสูง แต่ยังเป็นการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Over Spec ในทุกๆ จุดของระบบ พร้อมทั้งติดตั้งโดยทีมวิศวกรผู้ชำนาญงานโดยตรง แก๊สระบบใหม่ที่ว่าก็คือ DLM

DLM แก๊ส LPG ระบบใหม่ สำหรับเครื่องยนต์ GDI
ระบบฉีดแก๊สเป็นน้ำ กับความสมบูรณ์แบบ 100%
ที่มาของการค้นพบและนำแก๊สระบบใหม่มาใช้ในเครื่องยนต์ GDI เกิดจากการที่เราต้องการเอาชนะความท้าทายในการทำงานของเราเอง และเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่ใช้เครื่องยนต์ GDI ได้มีโอกาสใช้พลังงานทดแทนอย่างแก๊ส LPG ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เราเริ่มต้ยด้วยการซื้อรถ New Ford Focus 2.0 GDI มาทดสอบจนประสบความสำเร็จ โดยใช้ระยะเวลาการทดลองและทดสอบ 1 ปีเต็มๆ เพื่อหาระบบที่ลงตัวและสมบูรณ์ที่สุด หลังจากที่ได้รถมาเราพยายามทดลองระบบหลายๆ อย่าง พร้อมกับเสาะหาเทคโฯโลยีใหม่ๆ ของระบบแก๊ส LPG ที่มีอยู่ในโลกใบนี้ จนพบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ได้ในที่สุดนั่นคือ การติดตั้งแก๊ส LPG ด้วยระบบ DLM หรือ Direct LiquiMax ของยี่ห้อ Prins

DLM เป็นเทคโนโลยีการจ่ายแก๊สแบบใหม่ที่สามารถจ่ายแก๊สให้กับเครื่องยนต์เข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เหมือนกับการฉีดน้ำมันเป็นฝอยละอองด้วยแรงดันสูงในระบบ GDI ได้เลย โดยระบบ DLM จะเปลี่ยนสถานะของแก๊สจากของเหลวให้เป็นน้ำแล้วฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ผ่านหัวฉีดที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ได้โดยตรงด้วยแรงดันที่สูง 40-170 บาร์

นอกจากสามารถจ่ายแก๊ส LPG เป็นน้ำได้ 100% สามารถฉีดเป็นฝอยละอองเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เหมือนกับน้ำมันในระบบ GDI แล้ว ในส่วนของอุปกรณ์ยังแทบไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับอุปกรณ์เดิมของรถเลย ที่สำคัญเครื่องยนต์สามารถทำงานได้สมบูรณ์ 100% ไม่ต่างจากตอนที่ใช้น้ำมัน

หลังการติดตั้งเราได้ทำการทดสอบโดยละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาจุดบกพ่องที่จะเกิดขึ้นได้ สิ่งที่พบคือ ระบบนี้ไม่มีข้อบกพ่องใดๆ และไม่ต้องการการเซอร์วิสเลยในระหว่างการใช้งานที่ยาวนานนับหลายแสนกิโลเมตร ขอเพียงผ่านการติดตั้งที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดเท่านั้น คุณสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและคุ้มค่ามากๆ

ในส่วนของสมรถนะที่ได้หลังการทดสอบกับ New Ford Focus 2.0 GDI แล้ว แน่นอนว่าในเรื่องของความประหยัดคุณได้รับอย่างแน่นอน แต่ที่น่าประทับใจมากๆ คือ สมรรถนะการขับขี่ที่แทบจะแยกไม่ออกระหว่างน้ำมันกับแก๊ส เราไม่อยากเขียนอธิบายให้เกินเลยไปกว่านี้ อยากให้คุณได้ทดลองด้วยตัวเองมากกว่า ซึ่ง New Ford Focus 2.0 GDI จอดอยู่ที่บริษัทฯ ของเราพร้อมให้ผู้สนใจได้ทดลองขับทุกเมื่อ

Mazda CX5 ก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้จอดรอผู้ที่สนใจมาทดลองขับอยู่ที่บริษัทฯ ของเราทุกเวลา

เพื่อให้คุณได้รู้จักกับแก๊สในระบบ DLM มากขึ้น พร้อมกับได้รับข้อมูลเกี่ยวกับระบบที่ชัดเจนและถูกต้อง เราไปทำความรู้จักกับแก๊สระบบนี้กัน

อุปกรณ์แก๊สในระบบ DLM
นอกจากระบบการจ่ายแก๊สที่แตกต่างจากระบบเดิมๆ ที่คุณคุ้นเคยแล้ว อุปกรณ์ของระบบ DLM ก็แตกต่างไปจากเดิมด้วย และไม่เพียงความแตกต่าง คุณภาพก็เหนือกว่าในขั้นที่เรียกได้ว่าทุกชั้นถูกออกแบบและนำมาใช้งานแบบโอเวอร์สเป็ก (Over Spec) ทั้งสิ้น อุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย...

- ถังแก๊ส > เป็นถังแก๊สคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบมาอย่างดี มีความแข็งแรงทนทาน และมีความจุเพิ่มขึ้น

-LPG Turbine Pump > ปั๊มตัวนี้ทำหน้าที่ดูดเชื้องเพลิงแก๊สจากถังเพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะแตกต่างปั๊มในระบบแก๊สทั่วๆ ไป ทั้งเรื่องของการติดตั้งและคุณสมบัติ ปั๊มตัวนี้จะติดตั้งอยู่ภายในถังเหมือนกับปั๊มของน้ำมันเชื้องเพลิงในรถยนต์ วัสดุภายในถูกออกแบบให้ใช้กับแก๊ส LPG โดยเฉพาะ ทำจากเซรามิค

ภายในตัวปั๊มมีกรองละเอียดที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดอายุการใช้งาน สามารถดูดแก๊สเข้าสู่ระบบได้โดยที่ไม่เกิดฟองอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในระบบ DLM การทดลองในแล็ปปั๊มตัวนี้สามารถใช้งานได้เกิน 10,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 500,000 กิโลเมตร แต่จากการทดสอบในการใช้งานจริงสามารถใช้งานได้ถึง 1,000,000 กิโลเมตรโดยที่ปั๊มตัวนี้ไม่เสีย

- Prins Pump Driver > ภายใน LPG Turbine Pump จะมีอุปกรณ์อีกตัวที่สำคัญคือ Prins Pump Driver ทำหน้าที่สร้างแรงดันตามอัตราการฉีดให้สัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะขับที่ความเร็วเท่าไร มีการเปยียบคันเร่งมากน้อยเพียงใด แก๊สในระบบก็จะถูกจ่ายด้วยแรงดันที่คงที่และสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับการจ่ายเชื้อเพลิงในระบบน้ำมัน

- Boost Pump > อุปกรณ์ตัวนี้ถือว่า ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ซึ่งมีหน้าที่หลักกับระบบการจ่ายแก๊ส ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาเหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ หน้าที่ของอุปกรณ์ตัวนี้คือ บูสต์น้ำมันเพื่อไล่แก๊สออกจากระบบ ตอนที่ผู้ขับขี่จะเปลี่ยนจากแก๊สเป็นน้ำมัน ซึ่งในการใช้งานจริงระบบนี้สามารถใช้แก๊สได้ 100% แม้กระทั่งตอนสตาร์ท หรือความหมายที่ชัดเจนก็คือ คุณสามารถใช้แก๊สได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเลย

- Fuel Supply Unit (FSU) > เป็นโซลินนอยด์ที่ทำหน้าที่สลับการจ่ายแก๊สและน้ำมัน เป็นอุปกรณ์ที่่นกลางระหว่างระบบน้ำมันและแก๊ส หากคุณเลือกใช้แก๊สระบบจะกั้นนำ้มันเอาไว้ เพราะแก๊สจะถูกจ่ายไปยังท่อทางเดินเชื้อเพลิงและหัวฉีดเดิมของเครื่องยนต์นั่นเอง

- High Pressure Pump (HPP) > การดูดและจ่ายแก๊สเข้าสู่ระบบของ LPG Turbine Pump จะมีแรงดันอยู่ที่ 10 บาร์ จนเมื่อแก๊สเดินทางมาถึง High Pressure Pump จะถูกสร้างแรงดันให้สูงถึง 170 บาร์ ก่อนที่จะจ่ายแก๊สให้กับหัวฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อให้การติดตั้งระบบนี้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมของรถได้มากที่สุด เหมือนกับว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวใดๆ กับระบบเลย ทางเราได้ปรึกษากับวิศวกรจากต่างประเทศและตกลงว่าใช้ปั๊มแรงดันสูงหรือ High Pressure Pump ของรถใยการสร้างแรงดันให้กับแก๊สเลย เท่ากับว่าการสร้างแรงดันของแก๊สใน Ford Focus GDI นั้น ใช้ปั๊มแรงดันสูงตัวเดิมที่ติดตั้งมากับเครื่องยนต์ ซึ่งตัว High Pressure Pump และท่อเชื้อเพลิงแรงดันสูงของ Ford Focus GDI มีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว

- Fuse Return Unit (FRU) > ทำหน้าที่ส่งแก๊สที่เหลือในระบบกลับคืนถัง

-   Fuel Lines > สำหรับท่อทางเดินแก๊สในระบบ DLM จะใช้ท่อที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หรือเคฟล่าร์ (ในระบบแก๊สแบบเดิมจะใช้ท่อทองแดง) ซึ่งผ่านการทดสอบมาอย่างดี สามารถทนแรงดันได้ถึง 370 บาร์ แต่จริงๆ แล้วท่อทางเดินแก๊สตัวนี้ที่จะใช้ในระบบ DLM ซึ่งเดินจากถังไปถึงตัว High Pressure Pump มีแรงดันเพียง 10 บาร์ เท่านั้น (ไม่เกิน 25 บาร์) ซึ่งอีกไม่นานท่อตัวนี้จะถูกกำหนดให้ใช้ในเครื่องยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ NGV ซึ่งมีแรงดันสูงถึง 200 บาร์

สาเหตุที่ระบบ DLM เลือกใช้ท่อตัวนี้ในช่วงของการเดินทางหรือการจ่ายแก๊สที่มีแรงดันเพียง 10 บาร์ เพราะต้องการให้ระบบมีความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งลักษณะข้อต่อของท่อชนิดนี้ไม่ได้เป็นแบบข้องอทั่วไป แต่เป็นหัวต่อที่ต้องใช้แหวนรองและแหวนกันคลายพร้อมกับขันน็อตยึดโดยมีแรงดันในการขันที่ได้มาตรฐานตามกำหนดอยู่ที่ 10 นิวตัน-เมตร เท่ากันทุกจุด

นอกจากนั้นท่อที่นำมาใช้นี้ยังได้ผ่านการทดสอบการชนมาแล้วด้วย เพราะตรวจสอบว่าหากรถยนต์มีอุบัติเหตุท่อตัวนี้มีโอกาสที่จะได้รับผลจากการชนลักษณะใดบ้าง และจะส่งผลใดกับท่อตัวนี้บ้าง เช่น ตัวท่อจะแตกหรือไม่ หรือข้อต่อจะหักหรือไม่ ซึ่งผลทดสอบออกมาแล้วว่าท่อตัวนี้สามารถทนต่อแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกไม่นานนี้ในต่างประเทศจะใช้ท่อชนิดนี้ในการติดตั้งระบบเชื้อเพลิงในรถยนต์ทั้งหมด

- Direct LiquiMax AFC > หรือก็คือ กล่อง ECU ของระบบ DLM หรือระบบแก๊สนั่นเอง กล่องตัวนี้สามารถต่อกับ OBD (On Board Diagnostics) หรือเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาของรถยนต์ เพื่อดูข้อมูลทุกอย่างของรถได้ ความพิเศษของกล่อง ECU ตัวนี้คือ มันสามารถอ่านค่าการทำงานกล่อง ECU ของเครื่องยนต์ได้ว่ามีการฉีดเชื้อเพลิงอย่างไร ปริมาณเท่าไร แล้วนำค่านั้นมาประมวลผลเพื่อใช้ควบคุมการจ่ายแก๊ส ดังนั้นเครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 100% แน่นอน เพราะเครื่องยนต์จะไม่รู้เลยว่าเชื้อเพลิงที่จ่ายให้นั้นเป็นน้ำมันหรือแก๊ส

- Prins Switch > เป็นสวิชต์ควบคุมการใช้แก๊สและมาตรวัดบอกระดับของปริมาณแก๊สในถัง นอกจากความแม่นยำที่สามารถบอกระดับปริมาณของแก๊สในถังได้อย่างถูกต้องแล้ว ความพิเศษของมันอีกอย่างคือ สามารถเปลี่ยนสีได้ เจ้าของสามารถเลือกสีได้เลย สีอะไรก็ได้เพื่อให้เข้ากับคอนโซลหรือมาตรวัดของรถยนต์ หรือจะเลือกสีที่ตัวเองชอบก็ได้

การรับประกันหลังการติดตั้ง
เรามีการรับประกันให้เช่นเดียวกับบริษัทรถยนต์คือ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดย...

-ในส่วนของการรับประกันอุปกรณ์แก๊สที่เราติดตั้งให้นั้นจะรับประกันให้ที่ 100,000 กิโลเมตร ไม่ว่าคุณจะใช้รถมาแล้วเท่าไร เช่น นำรถมาติดตั้งแก๊สในระบบ DLM กับเราหลังจากใช้รถมาแล้ว 20,000 กิโลเมตร ทางเราจะรับประกันอุปกรณ์ให้จนคุณใช้รถถึง 120,000 กิโลเมตร

-ในส่วนของการรับประกันความเสียหายของเครื่องยนต์ กรณีที่คุณนำรถมาติดตั้งแก๊สในระบบ DLM กับเราหลังจากใช้รถมาแล้ว 20,000 กิโลเมตร เราจะรับประกันเครื่องยนต์ให้อีก 80,000 กิโลเมตร ตามระยะการใช้งานจริงซึ่งไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร

นอกจากนั้นเรายังมีประกันอัคภัยให้อีกด้วย โดยวงเงินการรับประกันรวมแล้วกว่า 10 ล้านบาท
บันทึกการเข้า

ติดแก๊สผ่อนกับบัตรเครดิตทุกธนาคาร 0% นาน 6 เดือน โทร. 083-999-1999 , 080-4444500, 086-3348490, 034-225559
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: